Home Property Newsกลุ่มบิวท์ฯคาดรับสร้างบ้านโต5-7% ตั้งเป้าขาย 900 ล้าน

กลุ่มบิวท์ฯคาดรับสร้างบ้านโต5-7% ตั้งเป้าขาย 900 ล้าน

by Outaboxes Editorial

กลุ่มบิวท์ เชื่อเศรษฐกิจไทยได้แรงหนุนจากโครงการรัฐ/เอกชนและการเลือกตั้ง ส่งผลดีต่อธุรกิจรับสร้างบ้านคาดโตขึ้น 5-7%  เร่งส่งแบบบ้านใหม่ออกเจาะตลาดทั้งออนไลน์ ออฟไลน์  ตั้งเป้าขาย 900 ล้านบาท ชี้โอกาสเป็นของผู้ประกอบการมืออาชีพ เพราะลูกค้าฉลาดขึ้น คาดหวังสูง

นายสุธี​ เกตุศิริ​ กรรมการผู้จัดการ​กลั่มบิวท์​ ทู​ บิวด์​ จำกัด​ บริษัท​ บางกอกเฮ้าส์บิวเดอร์​ จำกัด​ และ​ สมอลล์เฮ้าส์บิวเดอร์​ จำกัด​ กล่าวว่า​ คาดว่าปี้นี้เศรษฐกิจไทยน่าจะโตได้​4-5% เนื่องจาก ในหลายปีที่ผ่านการเมืองค่อนนิ่ง​ รัฐบาลมีโครงการเมกกะโปรเจ็ค​ การลงทุนใน​ EEC​ และมีการเลื​อกตั้ง​ จะทำให้ต่างประเทศกลับเข้ามาลงทุนมากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นไปได้อีกหลายปี​ โดยในส่วนของธุรกิจรับสร้างบ้านคาดว่าจะโตขึ้น​5-7%

ในปีที่ผ่านมา​ กลุ่มบิวท์ฯ​ทำยอดขายได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้​ 900​ ล้านบาท​ 7% เนื่องจากช่วงไตรมาส4​ ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย​  โดยลูกค้าส่วนใหญ่สนใจปลูกบ้านระดับราคา1-5​ ล้านบาท 40​% ระดับ5-10​ ล้านบาท​ 40​ %  ราคา​ 10 ​ล้านบาท​ ขึ้นไป​ 20​% ​ปีนี้จึงมีการตี้งเป้านอดขายเท่ากัยปีที่ผ่านมาคือ​ 900​ ล้านบาท

สำหรับแผนการทำตลาดในปีนี้​ตั้งงบไว้ที่​ 2.5​ %ของเป้ายอดขาย​ คือ​ 20​ ล้านบาท ​โดยมีแผนทำตลาดแบบครบวงจรทั้งแบบออฟไลน์​ เช่น​ การออกบูธงานบ้านและสวย​ 3​ครั้ง​ งานของสมาคมรับสร้างบ้าน​ งานสถาปนิกสยาม​ งานมหกรรมบ้านและคอน​โด​รวมกว่า​ 10​ งาน และออนไลน์​ เช่น​การถ่ายทำขั้นตอนการสร้าบ้านให้ประชาชนได้เห็นเพื่อให้เกิดความเข้าใจและมั่นใจ​ลงในยูทูบ​และช่องทางอื่นๆ

นอกจากนี้ยังได้มีการออกแบบบ้านใหม่อีก​ 6​ แบบ​ ราคา​3-40  ล้านบาท​ โดยปัจจุบันมีแบบบ้านอยู่ประมาณ​ 120 แบบ​ พื้นที่ใช้สอย 120-1500  ตารางเมตร โดยแบบบ้านของ สมอลล์เฮ้าส์บิวเดอร์​ ราคา1.5-5 ล้านบาท​ บางกอกเฮ้าส์บิวเดอร์​6-10 ล้านบาท​ บิวท์​ ทู​ บิวด์​ 10-30 ล้านบาท

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา​ ได้มีการปรับราคาบ้านไปประมาณ​3-5% เนื่องจากปีที่ผ่านมาไม่ได้มีการปรับราคาขึ้นไปเลยทั้งที่วัสดุ​ ค่าแรง​ มีการปรับขึ้นไป​ ปีนี้สิ่งที่ผู้ประกอบการพึงต้องระวังคือ​ การขึ้นราคาของวัสดุก่อสร้าง​ อันเกิดจากโครงการเมกกะโปรเจ็ค​ การลงทุนในEEC

การคาดหวังของลูกค้า​ที่สามารถหาความรู้​ จากอินเตอร์เน็ต​ ดังนั้นบริษัทต้องมีความเป็นมืออาชีพ​ ปรับตัวให้ทันกับความรู้ความต้องการของลูกค้า​ อีกทั้งการแข่งขันก็รุนแรงขึ้น​ โดยปัจจุบันทีสมาชิกที่พัฒนาระบบการก่อสร้างขึ้นนมาจนได้มาตรฐานเกือบ​ 30​ บริษัทจากเมื่อก่อนมีไม่ถึ​ง 10​ บริษัท

 

You may also like