“ไซมิส แอสเสท” เปิดตัว ‘ไซมิส พระราม 9’ “Mega Mix-used Project” บนถนนพระราม เผยต่างชาติแห่จองเต็มโควตา ส่วนคนไทยเปิดให้จอง 15 มิถุนายนนี้ เคาะราคาขายเริ่มต้นเฉียด 3 ล้านบาท/ยูนิต แย้มจองสิทธิ์เข้ามาแล้ว 400 ราย
นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด กล่าวว่า เผยว่าบริษัทมีแผนที่จะผลักดันบริษัทเจ้าตลาดหลักทรัพย์ในปีที่ 10 ซึ่งบริษัทจะครบรอบ10 ปีในปี2563 โดยปีนี้บริษัทมีการพัฒนาโครงการไซมิส พระราม 9 มูลค่าถึง10, 000 ล้านบาท
“พระราม 9” ได้ชื่อว่าเป็นถนนแสนล้าน ทำเลทองการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดดเด่นด้วยทำเลที่ไม่เพียงเป็นจุดตัดของเส้นทางรถไฟฟ้าที่วิ่งเข้าสู่กลางเมืองเท่านั้น แต่ทว่าทำเลนี้ยังได้ชื่อว่าเป็น “ฮับ” ของศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ที่ตั้งอาคารสำนักงานแถวหน้า รวมถึงการคมนาคมขนส่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟใต้ดิน (MRT) ถนนสายหลัก และเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้ม(ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี)ที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง มีกำหนดก่อสร้างเสร็จและเปิดให้บริการได้ในปี 2566 จะยิ่งช่วยสนับสนุน ให้ทำเลโดยรอบสี่แยกรัชดาภิเษก-พระราม 9 และพื้นที่ใกล้เคียงน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
ด้วยเหตุนี้ “พระราม9” จึงเป็นทำเลที่หลายคนจับตามอง มีการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งล่าสุด บริษัท ได้ฤกษ์เปิดตัว โครงการ ไซมิส พระราม 9 เป็นโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-Use) บนทำเลทองย่านพระราม 9 มูลค่า 10,000 ล้านบาท ที่ตั้งโครงการ 350 เมตร จากสถานีรถไฟใต้สายสีส้ม

โครงการ ไซมิส พระราม 9 เป็นเมกะโปรเจ็กต์ บนทำเลทองย่านพระราม 9 ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 13 ไร่ พัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-Use) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “WHY CHOOSE, WHEN YOU CAN HAVE IT ALL” ที่รวมทุกความสะดวกสบายไว้ภายในโครงการ ทั้งส่วนกลางเเละสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน อาทิเช่น อาคารสำนักงาน Retail stores และที่พักอาศัย
ไซมิส พระราม 9 พัฒนาบนที่ดินกว่า 13 ไร่นั้นมีทั้งสิ้น 4 อาคาร แบ่งเป็น อาคาร A สูง 18 ชั้น,อาคาร B สูง 38 ชั้น(Siamese Tower) ,อาคาร C สูง 29 ชั้น ( Siamese Residence) และอาคาร D สูง 2 ชั้น มีจำนวนรวมในเบื้องต้นประมาณ 2,101 ยูนิต แบ่งเป็น Commercial Office Building และResidential ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 27 – 205 ตารางเมตร(ตร.ม.) ราคาขายเริ่มต้นที่ 2.9X ล้านบาท หรือเฉลี่ย 90,000 บาท/ตารางเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จ Q2 2565
สำหรับอาคาร A สูง 18 ชั้น บริษัทวางแผนพัฒนาเพื่อการปล่อยเช่าระยะสั้น โดยขณะนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุญาต เปิดเป็นโรงแรม ส่วนอาคาร Bสูง 38 ชั้น เปิดขายให้นักลงทุนที่สนใจจะซื้อไว้เพื่อการปล่อยเช่า โดยจะต้องเซ็นยินยอมให้บริษัทนำไปทำเป็นโรงแรม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการขออนุญาตอีกเข่นกัน ซึ่งหากได้รับอนุญาตจะนำเชนเข้ามาบริหาร โดยมีเชนโรงแรมจากฮ่องกง และญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ที่ให้ความสนใจ แต่ถ้าขออนุไม่ได้ก็จะปล่อยเช่าในระยะยาว อย่างไรก็ตามได้มีการเซ็นสัญญากับกลุ่มกรีนแลนด์จากจีนให้เข้ามาบริหารโรงแรมของบริษัท 10 โรงแรม ใน 5 ปี โดยเริ่มที่ โครงการ บลอสซั่ม คอนโด แอท แฟชั่น บียอนท์
ส่วนอาคาร Cเป็นคอนโดสูง 29 ชั้นขายให้กับผู้อยู่อาศัยจริง จะเปิดให้จอง15 มิถุนายนนี้ โดยขณะนี้มีผู้สนใจเข้ามาเยี่ยมชมแล้วกว่า 1 พันกว่าราย และมีผู้จองสิทธิ์ แล้ว 400 ราย ส่วนโควตาการขายให้ชาวต่างขาติ 49 % เต็มหมดแล้ว

