Home Property Newsพฤกษาโชว์ยอดขายไตรมาส 3 ดีดตัวเพิ่มขึ้น 88%

พฤกษาโชว์ยอดขายไตรมาส 3 ดีดตัวเพิ่มขึ้น 88%

by Outaboxes Editorial

พฤกษาโชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2563 ทำยอดขาย 6,584 ล้านบาท ดีดตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน 88% รายได้ 6,353 ล้านบาท และกำไร 603 ล้านบาท ฟื้นตัวเร็วแม้เจอภาวะโควิด โค้งสุดท้ายจ่อโอนเดอะรีเซิร์ฟ เล็งโกยรายได้ตามเป้า เตรียมเผยโฉมโรงพยาบาลกลางปีหน้า

นายปิยะ ประยงค์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า  ในปี 2564 จะเน้นพัฒนาโครงการระดับกลางมากขึ้น เป็นบ้านเดี่ยวราคา 5-10 ล้านบาท ทาวน์เฮ้าส์ราคา 2-5 ล้านบาท  คอนโด 2-5 ล้านบาท โดยมีแผนเปิดโครงการใหม่ 30-35 โครงการ มูลค่า  30,000-35,000 ล้านบาท เป็นคอนโด5-7โครงการ มูลค่า7,000-10,000 ล้านบาท โดยจะเป็นโครงการร่วมทุนกับผู้ประกอบการด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของญี่ปุ่นที่มีความเชี่ยวชาญด้มนเฮลท์แคร์ซึ่งสอดคล้องกัยธุรกิจโรงพยาบาลวิมุติของพฤกษา 1 โครงการ โดยจะตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาดำนินการ ซึ่งขณะนี้อยู่นะหว่างการเจรจา และเป็นโครงการที่ชะลอมาจากปีที่แล้ว ปี63 จำนวน20 โครงการ มูลค่า  20,000 ล้านบาท

“บริษัททำยอดขายไตรมาส 3 ได้ 6,584 ล้านบาท เติบโต 88% จากไตรมาสก่อน ที่มียอดขาย 3,507 ล้านบาท มีรายได้ 6,353  ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 603 ล้านบาท เติบโต 3% และ 9.4% จากไตรมาสก่อนตามลำดับ แม้ในช่วงไตรมาสสองที่ผ่านมา บริษัทฯ จะได้รับผลกระทบจากภาวะโควิด แต่ก็สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากบริษัทฯ มีการปรับแผนธุรกิจให้สอดรับกับสถานการณ์ มุ่งเน้นการเปิดโครงการใหม่ และเลือกทำการรีมาร์เก็ตติ้ง ( Remarketing) ในโครงการฮีโร่โปรเจค (Hero Projects) ซึ่งเป็นโครงการที่มีศักยภาพสูงและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เห็นได้จากสัดส่วนของยอดขายและรายได้ในไตรมาส 3 ที่มาจากโครงการฮีโร่โปรเจคถึง 19% และ 23% ตามลำดับ นอกจากนี้ยังสามารถลดจำนวนสินค้าในสต็อค (Inventory) ลงได้ถึง 31% จากปี 2562 โดยบริษัทจะไม่เปิดโครงการจำนวนมากๆเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งจะมีโครงการที่กำลังดำเนินกาอยู่กว่า 200 โครงการต่อปี ต่อไปจะเหลือ 100 กว่าโครงการเท่านั้น”

สำหรับปี  2563 มีการเปิดโครงการใหม่ไปแล้ว 11 โครงการ  รวมมูลค่า 13,620 ล้านบาท โดยเปิดช่วงไตรมาสแรก  5 โครงการ มูลค่า  5,330  ล้านบาท ไตรมาส 3 เปิด 6 โครงการมูลค่า 8,290 ล้านบาท ในขณะที่ไตามาส 2 เร่งระบายสินค้าโดยไม่มีการเปิดโครงการใหม่ เพราะเจอกับปัญหาโคสิด 19 ส่งผลให้จำนวนสินค้าคงค้างลดลง 31 % จากปี 62

ไตรมาส 4  จะเปิดเพิ่มอีก 2 โครงการรวมทั้งปี 2563 เปิดโครงการใหม่ประมาณ 13 โครงการ  ซึ่งหนึ่งในโครงการฮีโร่โปรเจคที่จะเปิดในไตรมาส 4 และเป็นโครงการไฮไลท์ ได้แก่ The Plant รังสิต-อเวนิว บ้านเดี่ยวในคอนเซปแพลนชีวิตได้อย่างอิสระ เพื่อทุกคนในบ้าน มูลค่าโครงการ 985 ล้านบาท ราคา 3 – 5 ล้านบาท และโครงการ พฤกษาวิลล์ ศรีนครินทร์-บางนา ชูพื้นที่กว้างและสเป็คเทียบเท่าบ้านเดี่ยว บนที่สุดของทำเล ใกล้เมกาบางนา มูลค่าโครงการ 1,101 ล้านบาท  ราคาเริ่มต้น 2 – 3 ล้านบาท และในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี พฤกษามีการจัดกิจกรรมการตลาดมอบสิทธิพิเศษ และโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อเร่งยอดขาย พร้อมเร่งทะยอยโอน The Reserve สุขุมวิท 61 มูลค่า 2,700 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 13% ของรายได้ที่ต้องทำอีกในไตรมาส 4 เมื่อประกอบกับรายได้จากการโอนฮีโร่โปรเจคราว 32% และโครงการอื่นๆ ที่เปิดขายอยู่อีกราว 55% คาดว่าจะช่วยผลักดันให้บริษัทฯ สามารถบรรลุเป้าหมายรายได้ที่วางไว้ได้

สำหรับเป้ารายได้ปี 2563 วางไว้ 31,000 ล้านบาท  มาจากโครงการที่เปิดขายอยู่ 28 %  ฮีโร่โปรเจค 25 %  การโอนคอนโดใหม่ 20 % กลยุทธ์ราคาและโปรโมชั่น 27 %

ด้านภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มีมูลค่าตลาด 208,994  ล้านบาท ลดลง 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หากยังไม่มีปัจจัยบวกมาสนับสนุน จากสภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของไตรมาส 4 ที่ยังชะลอตัว จึงคาดว่า ทั้งปีตลาดอสังหาริมทรัพย์ติดลบประมาณ 30%  สำหรับในปี 2564 บริษัทฯ มีแผนงานที่จะเพิ่มสัดส่วนยอดขายและรายได้จากฐานกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า และสำหรับการเปิดตัวโครงการใหม่ในปีหน้าจะมีจำนวนโครงการมากกว่าปีนี้อย่างแน่นอน”

ส่วนโรงพยาบาลวิมุต นายแพทย์กฤตวิทย์ เลิศอุตสาหกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต จำกัด เปิดเผยว่า “ขณะนี้ความคืบหน้าของการก่อสร้างโรงพยาบาลวิมุตเป็นไปตามแผนงาน โดยจะเป็นสถานพยาบาลระดับ Tertiary Care ขนาด 236 เตียง 18 ชั้น ออกแบบสอดคล้องตามมาตรฐานสากล JCI ภายใต้วิสัยทัศน์ขององค์กรที่มุ่งมั่นตั้งใจรักษาให้คนไทยมีสุขภาพแข็งแรง พ้นทุกข์จากการเจ็บป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ เข้าถึงการรักษาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ใส่ใจดูแลคนไข้เสมือนคนในครอบครัว ตรวจวินิจฉัย และรักษาได้ตรงจุดด้วยเทคโนโลยี และเครื่องมือการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมยาที่มีคุณภาพ ประทับใจการบริการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ด้วยค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ ซึ่งคาดจะเปิดให้บริการเฟสแรก  100 เตียง ในเดือนพฤษภาคม 2564”

 

You may also like