อีสเทอร์น สตาร์ เปิด 4 กลยุทธ์ ดันยอดรายได้ทะลุ 2,037 ล้านบาท เติบโต 20 % ลุยเปิด 4 โครงการมูลค่า 3,500 ล้านบาท ปักธงกลางกรุงเทพฯ-ระยอง ด้วยแนวคิดสร้างสรรค์สิ่งที่แตกต่าง
นายไพโรจน์ วัฒนวโรดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ในปี 2568 คือ จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ ESTAR ไม่ใช่แค่การดำเนินธุรกิจตามทิศทางตลาดทั่วไป แต่เป็นการ “สร้างเกมใหม่” ที่แข็งแกร่งและยั่งยืนยิ่งกว่าเดิม ด้วยตระหนักว่าเราเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในอันดับที่ 20 จะสู้กับบริษัทพัฒนาในอันดับ 1 และ 2 และรายอื่นๆได้อย่างไร ดังนั้น ESTAR ต้องมีความแตกต่างเพื่อให้ลูกค้าเปลี่ยนใจมาซื้อบ้านในโครงการของ เช่นมีห้องน้ำมากกว่า ดีไซน์ที่ไม่เหมือนรายอื่น ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ใหญ่กว่า ในทำเลที่เชื่อมกับทุกเส้นทาง อยู่ใกล้แหล่งงาน การศึกษา แหล่งชอบปิ้ง โดยบริษัทยอมลดกำไรให้น้อยลง เพื่อให้ราคาขายอยู่ในระดับที่จับต้องได้
อย่างไรก็ตามบริษัทได้ปรับกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพในการซื้อสูงขึ้น จากที่เคยพัฒนาบ้านระดับราคา 3-5 ล้านบาท เป็น 5-10 ล้านบาท และใช้ช่วงเวลาในพัฒนาให้เร็วขึ้นหลือเพียง 8-10 เดือน โดยวางแผนเปิดใหม่ 4 โ โครงการ มูลค่า 3,500 ล้านบาท เป็นโครงการระดับลักช์ชัวรี่ ในทำเลกรุงเทพฯ และระยอง
ESTAR ตอกย้ำความแข็งแกร่งในการพัฒนาโครงการแนวราบระดับลักซ์ชัวรี่โดยเฉพาะในระยอง ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากโครงการ เวลาน่า ไฮด์ อู่ตะเภา–บ้านฉาง ซึ่งมียอดขายและโอนฯ เฟสแรกสูงถึง 95% รวมถึง แกรนด์ เวลาน่า พูลวิลล่า ที่สร้างปรากฏการณ์ขายหมด 100% ภายในเวลาเพียง 3 เดือน! ความสำเร็จเหล่านี้คือบทพิสูจน์ถึงความเข้าใจในความต้องการของตลาด และความสามารถในการพัฒนาโครงการที่โดนใจ
ล่าสุด ESTAR พร้อมแล้วที่จะ จุดพลุโครงการใหม่ อย่างต่อเนื่องใน 2 ทำเลทอง ได้แก่ ภาคตะวันออก: ระยอง – ดินแดนแห่งโอกาสและศักยภาพทำเลแห่งอนาคต นายไพโรจน์ ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของจังหวัดระยอง ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่เมืองอุตสาหกรรม แต่เป็น “ทำเลแห่งอนาคต” ที่เพียบพร้อมด้วยคุณภาพชีวิต
ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ตอกย้ำถึงความโดดเด่นของระยองในฐานะ จังหวัดที่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงสุดของประเทศ โดยในปี 2567 รายได้เฉลี่ยต่อคนสูงถึงกว่า 1.03 ล้านบาท และ GPP รวมสูงถึง 1.08 ล้านบาท สิ่งนี้สะท้อนถึงกำลังซื้อที่แข็งแกร่งและเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้ คาดการณ์ตลาดบ้านแนวราบในพื้นที่ EEC (เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก) น่าจะยังขยายตัวไปได้ถึง 34% ของตลาดทั่วประเทศ แสดงให้เห็นถึงดีมานด์ที่แข็งแรง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อระดับกลางถึงบน ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวเศรษฐกิจโดยตรง ยิ่งไปกว่านั้น การพัฒนาโครงการ สนามบินนานาชาติอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก บนพื้นที่กว่า 6,500 ไร่ ซึ่งจะเปิดให้บริการในปี 2572 และรองรับผู้โดยสารได้ถึง 60 ล้านคนต่อปี พร้อมสร้างการจ้างงานมากกว่า 50,000 ตำแหน่ง ถือเป็น แรงขับเคลื่อนสำคัญ ที่จะผลักดันความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

จากศักยภาพดังกล่าว ESTAR ได้เปิดตัว 3 โครงการใหม่ในระยอง ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ระดับลักซ์ชัวรี่ 1.แกรนด์ เวลาน่า คราวน์ อู่ตะเภา–บ้านฉาง มูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว ราคา: 11 – 20 ล้าน โดยเปิดขายตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และสามารถทำยอดขายเฟสแรกไปแล้วกว่า 70%

2.แกรนด์ เธร่า พรีม่า บูรพาพัฒน์–สุขุมวิท มูลค่าโครงการ 200 ล้านบาท เป็น บ้านเดี่ยว 4 ห้องนอน บนที่ดิน 72 ตารางวา ตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ราคา: 5 – 8 ล้านบาท เตรียมเปิดขายในไตรมาส 3 ปี 2568
3 โครงการใหม่ ภายใต้แบรนด์ เวลาน่า (บูรพาพัฒน์ – สุขุมวิท)มูลค่าโครงการ: 700 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยวดีไซน์ French Villa ที่มอบความหรูหราและสง่างามเหนือกาลเวลา ราคา: 6 – 9 ล้านบาท เตรียมเปิดตัวในไตรมาส 4 ปี 2568
ทั้ง 3 โครงการนี้ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดที่ให้ความสำคัญกับความสงบ ร่มรื่น และความใกล้ชิดกับธรรมชาติ พร้อมทั้งไม่ห่างไกลจากศูนย์กลางอุตสาหกรรม สนามบิน และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทำให้เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่มองหาความสมดุลระหว่างคุณภาพชีวิตและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
นอกเหนือจากระยอง ESTAR ยังเตรียม เปิดตัวโครงการเรือธง ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ แกรนด์ เวลาน่า คราวน์ กาญจนาภิเษกฯ – พุทธมณฑล สาย 1 มูลค่าโครงการ: 1,500 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ ราคา: 20 – 30 ล้านบาท โดยมีความโดดเด่นด้วยดีไซน์ Modern European Classic ภายใต้แนวคิด “THE AESTHETICS OF SUCCESS” ซึ่งสะท้อนความเป็นมรดกแห่งความสำเร็จ ตอบโจทย์กลุ่มผู้ซื้อกำลังซื้อสูงที่มองหาความพิเศษและแตกต่าง จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไตรมาส 3 ปี 2568
นายไพโรจน์ กล่าวต่อไปว่า ESTAR ไม่ได้หยุดอยู่แค่การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขาย แต่ยังก้าวไปอีกขั้นด้วยการ สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคงและยั่งยืนยิ่งขึ้น โดยมีแผนพัฒนาโครงการบ้านฉาง ได้แก่ SEASTAR Serviced Apartment & Hotel โครงการนี้ให้บริการบ้านเช่า 23 หลัง และห้องพัก 114 ยูนิต โดยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงกว่า 70% ซึ่งบ่งบอกถึงความต้องการที่แข็งแกร่ง และยังมีแผนขยายเพิ่มอีก 27 หลังในเฟสถัดไป เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
The Sphere Sport Club: มี 2 สาขา ที่เปิดให้บริการ เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ครบครัน และคลาสออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Tabata, Pilates, Kickboxing, Aqua Fit และ K-pop Dance ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพ ปัจจุบันรองรับสมาชิกองค์กรกว่า 50 บริษัท และสมาชิกใช้งานประจำกว่า 500 ราย โดย ESTAR ตั้งเป้ารายได้จากกลุ่มนี้ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาทในปีนี้ และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 20% ตลอด 5 ปีข้างหน้า
“One Stop Living Service” บริการครบวงจรที่ครอบคลุมการดูแลบ้าน รีโนเวต ซ่อมแซม ทำสวน และแม้กระทั่งบริการแม่บ้าน เพื่อสร้าง ระบบนิเวศการอยู่อาศัยแบบครบวงจรอย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกบ้าน
นายไพโรจน์ กล่าวปิดท้ายอย่างมั่นใจว่า “บ้านฉางไม่ใช่แค่ทำเลแห่งอนาคตในเชิงเศรษฐกิจ แต่ปัจจุบันก็มีศักยภาพด้านคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน ทั้งสนามกอล์ฟ สิ่งแวดล้อมที่เงียบสงบ และธรรมชาติที่ร่มรื่น แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ห่างไกลจากศูนย์กลางอุตสาหกรรมและสนามบิน” พร้อมยืนยันว่า ในปี 2568 ESTAR จะสามาถทำรายได้ตามตั้งเป้าหมายที่วางไว้ 2,037 ล้านบาท เติบโต 20% จากปี 2567 ที่มีรายได้ 1,800 ล้าน จากแรงส่งของยอดโอนกรรมสิทธิ์ในครึ่งปีแรก และยอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ที่พร้อมส่งมอบกว่า 1,075 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 3,000 ล้านบาท ในปี 2570

