บริษัท สปาร์ค อีวี จำกัด (Spark EV Co., Ltd.) ผู้ให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (Charge Point Operator – CPO) ชั้นนำที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบชาร์จเร็ว (Fast Charging) ครบ 250 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย 1,000 แห่ง เพื่อวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ประเทศไทยมียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 282,000 คัน (ณ เดือนธันวาคม 2568) แต่สัดส่วนจำนวนรถต่อเครื่องชาร์จ (EV-to-charger ratio) ยังคงอยู่ในระดับสูงถึง 23:1
นายวรวีร์ ปลูกเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ของ สปาร์ค อีวี กล่าวว่า “วันนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ Spark EV ที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศการชาร์จที่เชื่อถือได้และขยายขีดความสามารถได้จริงเพื่อผู้ใช้รถชาวไทย การบรรลุเป้าหมาย 250 แห่งนี้ คือการตอบสนองความต้องการเร่งด่วนของตลาด EV ที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) สูงถึง 23% อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เรากำลังรุกหนักเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย 1,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าการชาร์จความเร็วสูงจะเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ในทุกที่ทุกเวลา”
พันธมิตรทางเทคโนโลยี: สปาร์ค อีวี x ออเทล เอ็นเนอร์ยี่ (Autel Energy) ภายในงาน สปาร์ค อีวี ได้จัดแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในความร่วมมือกับ ออเทล เอ็นเนอร์ยี่ (Autel Energy) ซึ่งเข้าร่วมในฐานะพันธมิตรหลักทางเทคโนโลยีและผู้ให้บริการโซลูชันที่สำคัญ โดยได้นำโซลูชันการชาร์จขั้นสูงของออเทลมาบูรณาการเข้ากับเครือข่ายของสปาร์ค เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์ระดับพรีเมียม รวดเร็ว และปลอดภัย
“การร่วมมือกับผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง ออเทล เอ็นเนอร์ยี่ ช่วยให้เราสามารถนำเสนอนวัตกรรมระดับท็อป เช่น เครื่องชาร์จ DH480 ที่มีความเร็วสูงพิเศษและระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI” คุณวรวีร์ กล่าวเสริม “การติดตั้งโซลูชันขั้นสูงเหล่านี้ในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่นและจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ทำให้เราสามารถส่งมอบบริการที่เหนือกว่า ซึ่งตอบโจทย์ความคาดหวังที่สูงของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ได้”
ขับเคลื่อนธุรกิจที่ยั่งยืนและสมาร์ทโมบิลิตี้ (Smart Mobility)
กลยุทธ์การขยายโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศของ Spark EV มุ่งเน้นไปที่ความยั่งยืนในระยะยาวใน 4 ด้านหลัก ได้แก่
ความเป็นผู้นำด้านเครือข่ายสาธารณะ: ตอกย้ำความสำเร็จในการขยายโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศอย่างรวดเร็ว
ระบบจัดการฟลีทขั้นสูง (Advanced Fleet Management): เพิ่มศักยภาพให้พันธมิตรด้านโลจิสติกส์ B2B และองค์กร ด้วยการตรวจสอบแบบเรียลไทม์และการใช้ AI ช่วยบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพของต้นทุน
โมเดลการลงทุนที่ยั่งยืน: นำเสนอรูปแบบการแบ่งรายได้ (Revenue Sharing) และการร่วมลงทุนที่เปิดโอกาสให้เจ้าของพื้นที่สามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายแวดวง EV ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก: ใช้มาตรการความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เข้มงวดเพื่อปกป้องระบบโครงข่ายและข้อมูลผู้ใช้งานในทุกๆ สถานีทั้ง 250 แห่ง

