Home Property Newsพลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนธุรกิจ ‘บริหารอาคาร’ ปี 69 มุ่งขยายฐานลูกค้า สร้างมูลค่าเพิ่ม เสริมขีดความสามารถการแข่งขันให้อาคาร

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนธุรกิจ ‘บริหารอาคาร’ ปี 69 มุ่งขยายฐานลูกค้า สร้างมูลค่าเพิ่ม เสริมขีดความสามารถการแข่งขันให้อาคาร

by Outaboxes Editorial

 พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนธุรกิจ Facility Management ปี 2569 มุ่งยกระดับมาตรฐานการบริหารอาคารเชิงพาณิชย์ ครอบคลุมการบริหารจัดการ ระบบอาคาร และประสบการณ์ของผู้ใช้อาคาร

ปัจจุบันพลัสฯ ดูแลอาคารสำนักงานและอาคารเชิงพาณิชย์กว่า 38 โครงการ พื้นที่บริหารจัดการรวมกว่า 2 ล้าน ตร.ม. ทั้งภาครัฐและเอกชน

เดินหน้า 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ ขยายบริการสู่อาคารเฉพาะทาง, เสริม Ecosystem บริการ Facility Management แบบครบวงจร และ ใช้เทคโนโลยีใหม่ในการบริหารอาคาร

เน้นการบริหารอาคารเชิงรุก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และเสริมศักยภาพการแข่งขันของอาคารในระยะยาว

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร เปิดแผนธุรกิจบริหารอาคารเชิงพาณิชย์ (Facility Management) ปี 2569 เดินหน้าต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอาคาร เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลอาคารให้ครอบคลุมทั้งการบริหารงาน การดูแลทรัพย์สิน และประสบการณ์ของผู้ใช้อาคาร พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มและเสริมศักยภาพการแข่งขันของทรัพย์สินในระยะยาว

ปัจจุบัน พลัสฯ ให้บริการบริหารจัดการอาคารสำนักงานและอาคารเชิงพาณิชย์หลากหลายประเภท ครอบคลุมทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชน โดยดูแลอาคารสำนักงานและอาคารเชิงพาณิชย์กว่า 38 โครงการ บนพื้นที่รวมกว่า 2 ล้านตารางเมตร สะท้อนถึงประสบการณ์ในการดูแลทรัพย์สินที่มีลักษณะการใช้งานที่หลากหลาย

นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันอาคารสำนักงานและโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) ใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การแข่งขันของอาคารสูงขึ้น เจ้าของอาคารจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอาคารอย่างมืออาชีพมากขึ้น เพื่อดูแลทั้งระบบอาคาร การใช้พื้นที่ และประสบการณ์ของผู้ใช้อาคาร ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมศักยภาพของทรัพย์สินในระยะยาว

พลัสฯ จึงมุ่งพัฒนาธุรกิจ Facility Management ให้สอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านการบริหารอาคารเข้ากับเทคโนโลยี เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการ เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลอาคาร และสนับสนุนการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง

3 กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ Facility Management ของพลัสฯ

ขยายบริการสู่กลุ่มอาคารเฉพาะทาง (Specialized Facilities)

มุ่งขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มอาคารเฉพาะทาง เช่น ศูนย์วัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์ หรืออาคารสำหรับกิจกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการ มีการออกแบบชุดการปฏิบัติในการให้บริการที่แตกต่างจากอาคารทั่วไป  โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทได้รับความไว้วางใจให้บริหาร “ศูนย์นันทสิปปาคาร” แลนด์มาร์คด้านศิลปะวัฒนธรรมสำคัญของจังหวัดน่าน และในปีนี้เตรียมเดินหน้าขยายบริการสู่กลุ่มอาคารประเภทดังกล่าวมากขึ้น พร้อมพัฒนารูปแบบการบริการให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้งานของอาคารแต่ละประเภท

เสริมแกร่ง Ecosystem บริการ Facility Management แบบครบวงจร

เดินหน้าพัฒนา Ecosystem ของบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารงานปฏิบัติการ ระบบอาคารและงานวิศวกรรม งานซ่อมบำรุง ไปจนถึงบริการสนับสนุนด้านต่างๆ เพื่อให้เจ้าของทรัพย์สินสามารถดูแลอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้มาตรฐานเดียวกัน โดยผสานความเชี่ยวชาญของบริการในเครือ เช่น Touch Property ที่ให้บริการด้านระบบวิศวกรรมอาคาร รวมถึงโซลูชัน Smart Tech จาก LIV-24 เพื่อยกระดับการบริหารจัดการอาคารให้ครบวงจรและตอบโจทย์การใช้งานจริง

ยกระดับการบริหารอาคารด้วยเทคโนโลยี (Technology-driven Facility Management)

นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการอาคาร เพื่อให้การดูแลอาคารมีความแม่นยำ รวดเร็ว และสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที โดยมีระบบ BOS (Building Operation System) สำหรับติดตามและบริหารงานปฏิบัติการอาคาร จัดเก็บข้อมูลของอาคารเพื่อนำไปวิเคราะห์ประผลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีอัจฉริยะจาก LIV-24 ที่ช่วยสนับสนุนการดูแลอาคารตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ พลัสฯ ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มศักยภาพของทรัพย์สินผ่านการบริหารจัดการอาคารเชิงรุก เพื่อช่วยเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของอาคาร โดยครอบคลุมทั้งการดูแล ปรับปรุง และพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน ตั้งแต่การปรับปรุงกายภาพของอาคาร ไปจนถึงการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาทิ การเพิ่มพื้นที่ให้เช่า การพัฒนาพื้นที่ร้านค้า หรือการบริหารพื้นที่จอดรถ ซึ่งช่วยสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ให้กับอาคาร

นายภคิน กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันบทบาทของธุรกิจ Facility Management ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดูแลอาคารให้สามารถใช้งานได้ตามปกติเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการช่วยยกระดับศักยภาพของทรัพย์สิน สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้อาคาร และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับเจ้าของอาคาร

“พลัสฯ มองว่าการบริหารอาคารที่มีประสิทธิภาพไม่ได้มีรูปแบบตายตัว อาคารแต่ละแห่งมีรูปแบบธุรกิจ ผู้ใช้งาน และความต้องการที่แตกต่างกัน เราจึงให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจบริบทของลูกค้าและออกแบบแนวทางการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับแต่ละอาคาร เพื่อให้การดูแลอาคารสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริง พร้อมช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพย์สิน และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของอาคารในระยะยาว โดยพลัสฯ มุ่งเติบโตไปพร้อมกับความสำเร็จของลูกค้าในทุกโครงการ”

 

 

 

You may also like