Home MoneyKrungthai CIO แนะกลยุทธ์ “Barbell” รับจังหวะหุ้นใหญ่พักฐาน ชูหมุนเงินเข้ากลุ่ม Healthcare และสินทรัพย์ Laggard คุณภาพสูง

Krungthai CIO แนะกลยุทธ์ “Barbell” รับจังหวะหุ้นใหญ่พักฐาน ชูหมุนเงินเข้ากลุ่ม Healthcare และสินทรัพย์ Laggard คุณภาพสูง

by Outaboxes Editorial

Krungthai CIO มองตลาดหุ้นโลกพักฐานระยะสั้น ไม่ใช่การเปลี่ยนแนวโน้มการลงทุน แนะทยอยสะสมสินทรัพย์คุณภาพ ผ่านกลยุทธ์ Core & Satellite ใช้ช่วงตลาดอ่อนตัวทยอยสะสมสินทรัพย์คุณภาพ และ Barbell Strategy สร้างสมดุลผ่านการลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ ควบคู่กับหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ พร้อมแนะนำให้ใช้กองทุน Krungthai World Class Series (KTWC) เป็นแกนหลักของพอร์ต และลดสัดส่วนการถือครองทองคำ หากราคาปรับตัวต่ำกว่า 3,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

 ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์วันที่ 29 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2569 โดยระบุว่า  ภาพรวมตลาดหุ้นโลกในช่วงที่ผ่านมา เข้าสู่ภาวะการปรับฐาน  จากแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ หลังจากปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับ นักลงทุนเริ่มเพิ่มความระมัดระวังต่อบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่ลงทุนด้าน Cloud และ AI หรือกลุ่ม Hyperscaler เพื่อประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนในระยะยาว รวมถึงชะลอการลงทุนเพื่อรอผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียนที่จะทยอยประกาศในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจและธุรกิจเทคโนโลยียังคงแข็งแกร่ง จึงมองว่า เป็นเพียงการพักฐานระยะสั้น ไม่ใช่การเปลี่ยนแนวโน้มการลงทุนในระยะยาว

Krungthai CIO แนะนำจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite โดยใช้ช่วงตลาดอ่อนตัวทยอยสะสมสินทรัพย์คุณภาพ พร้อมใช้ Barbell Strategy สร้างสมดุลระหว่างหุ้นเติบโตและหุ้นเชิงรับ (Defensive) ผ่านการลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ ควบคู่กับหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและมีความทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจ พร้อมแนะนำให้ใช้กองทุน Krungthai World Class Series (KTWC) เป็นแกนหลักของพอร์ต เพื่อกระจายการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเสริมการลงทุนในธีมเทคโนโลยี หุ้นญี่ปุ่น หุ้นจีน A-Share รวมถึงพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า

สำหรับทองคำ Krungthai CIO มองว่า ระยะสั้นยังมีความผันผวนจากแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง นักลงทุนระยะกลางถึงยาวสามารถทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว โดยจัดสรรสัดส่วนประมาณ 5-10% ของพอร์ต ขณะที่นักลงทุนระยะสั้นควรติดตามระดับราคาอย่างใกล้ชิด หากราคาทองคำปรับลดต่ำกว่า 3,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนะนำทยอยลดสถานะการลงทุนเพื่อบริหารความเสี่ยง

ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามการประกาศดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของประเทศเศรษฐกิจหลัก และข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ Fed และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป

 

You may also like