บริษัท มาสเตอร์ แปลน 101 จำกัด ผู้นำธุรกิจรับสร้างบ้านหรูครบวงจร เปิดตัว “มิติใหม่ในการบริการ” ภายใต้คอนเซปต์ “THE MASTER HOME BUILDER” ชูจุดแข็งทางการเงินที่มั่นคงสูงสุดด้วยพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) บ้านหรูขนาดใหญ่ ในมือมูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท พร้อมประกาศใช้สโลแกนใหม่ “ที่สุดแห่งการสร้างบ้านหรู” เตรียมส่งแบบบ้าน “Gold Series” ดีไซน์ระดับโลก เจาะตลาดเศรษฐี มั่นใจดันยอดขายปี 69 เติบโต 25%
นายอนันต์กร อมรวาที กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์ แปลน 101 จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2568 มีผลกระทบมากมายทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายใน ภายนอกเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว สหรัฐมีการขึ้นราคาภาษี การเกิดสงครามในบางประเทศ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่า 2.5 % หนี้ครัวเรือนสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ส่งผลกระทบต่อบ้านจัดสรร และคอนโดมิเนียม ลามถึงธุรกิจรับสร้างบ้านโดยรวมตกลงไป 11 % ในขณะที่ธุรกิจรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านตกลงไป 18 % และในส่วนของรับสร้างบ้านหรูระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปลดลง 35 %
ในส่วนของาบริษัท มาสเตอร์ แปลน 101 จำกัด ในปี 2567 สร้างยอดขายได้สูงถึง 900 ล้านบาท โดยมีลูค้าสั่งสร้างบ้านระดับราคา 100 ล้านบาท 2-3 หลัง ในขณะที่ปี 2568 ยอดขายปรับตัวมาอยู่ที่ 675 ล้านบาท โดยลูกค้าบ้านระดับราคา 100 ล้านบาทหายไป แต่ถือว่ายังเป็นตัวเลขที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงรากฐานที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นของลูกค้ากลุ่ม Real Demand ที่มีต่อแบรนด์อย่างเหนียวแน่น

สำหรับทิศทางในปี 2569 บริษัทฯ มั่นใจว่าจะกลับมาเติบโตได้อย่างโดดเด่นอีกครั้ง โดยวางเป้ายอดขายไว้ที่ 843 ล้านบาท หรือ เติบโตขึ้น 25% จากปีก่อนหน้า ปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือสถานะทางการเงินที่มั่นคงสูงสุด ด้วยมูลค่าพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) บ้านหรูขนาดใหญ่ในมือสูงถึง 1,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินงานต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปี ตัวเลขดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันถึงความพร้อมในการการันตีส่งมอบบ้านสวยและมีคุณภาพให้กับลูกค้าทุกหลังอย่างแน่นอน ตัดความกังวลเรื่องความเสี่ยงให้เป็นศูนย์ (Zero Risk) เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าการได้สร้างบ้านหรูกับบริษัทฯ คือความคุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด โดยคาดว่าปีนี้จะปิดยอดขายบ้านระดับราคา 50-60 ล้านบาทได้
และพื่อให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าหมายบริษัทฯ ได้ประกาศปรับสโลแกนใหม่เป็น “Master Plan 101 : ที่สุดแห่งการสร้างบ้านหรู” สะท้อนแนวคิดหลัก “THE MASTER HOME BUILDER” หรือเจตนารมณ์ในการเป็น “ผู้คืนเวลา” และ “ลดความยุ่งยาก” ในการสร้างบ้านให้กับลูกค้าอย่างเบ็ดเสร็จ โดยมองว่าสำหรับลูกค้าระดับไฮเอนด์ “เวลา” คือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด บริษัทฯ จึงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริหารจัดการแทนลูกค้าในทุกขั้นตอน เพื่อลดภาระการประสานงานกับหลายปาร์ตี้ที่ซ้ำซ้อน โดยพัฒนา 3 กลยุทธ์หลัก ดังนี้:
- The Master Solution: ทีมเดียวจบ ครบทุกมิติ (Single-Team Integration)
ปฏิวัติรูปแบบการทำงานสู่มาตรฐานใหม่ที่เปลี่ยนความยุ่งยากซับซ้อนของการสร้างบ้านให้กลายเป็นเรื่องง่าย ด้วยการบูรณาการทีมงานมืออาชีพเพียงทีมเดียว (One Team) ผ่าน 3 กลไกสำคัญที่ทำงานสอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ ได้แก่:
Complete Design Service (บริการออกแบบครบวงจรที่สมบูรณ์แบบ): บริการออกแบบที่เชื่อมโยงงานสถาปัตยกรรม งานตกแต่งภายใน (Interior) และงานภูมิสถาปัตยกรรม (Landscape) ให้ร้อยเรียงเป็นเรื่องราวเดียวกัน (One Story) อย่างกลมกลืน ตั้งแต่ฟังก์ชันการใช้งานไปจนถึงการวางเฟอร์นิเจอร์ โดยทีมออกแบบระดับมาสเตอร์ที่เข้าใจ Insight ลูกค้า Ultra-Luxury อย่างลึกซึ้ง
Fast Track Design: นำเสนอแบบบ้านพร้อมข้อมูลประกอบการตัดสินใจครบทุกมิติได้ภายใน 14 วัน และประเมินราคาเบื้องต้นได้ภายใน 2 ชั่วโมง
Customization: ยืดหยุ่นสูงสุด โดยลูกค้าสามารถปรับฟังก์ชันจากรูปแบบมาตรฐาน หรือเลือกออกแบบใหม่ (Custom Made) ได้ตามความต้องการ เพื่อให้ได้บ้านที่ตรงใจที่สุด
Master One 360 (ระบบบริหารจัดการโครงการก่อสร้างอัจฉริยะ): ยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างด้วยระบบปฏิบัติการ Master One 360 OS เอกสิทธิ์เฉพาะของมาสเตอร์ แปลน 101 ที่เชื่อมโยงการทำงานของทุกฝ่าย (ทีมขาย, ออกแบบ, ก่อสร้าง, ตกแต่งภายใน, และแลนด์สเคป) ให้ทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อบนมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ
Premium Standard Control: มั่นใจในคุณภาพงานก่อสร้างสูงสุดด้วยทีมวิศวกร, QC และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จ.ป.) ที่ร่วมกันตรวจสอบความสมบูรณ์ทุกขั้นตอนด้วยเช็คลิสต์ละเอียดกว่า 6,000 รายการ ภายใต้มาตรฐานสากล ISO 9001:2015 เพื่อให้ได้ผลงานที่ประณีตและสมบูรณ์แบบที่สุด
PROMPT U Service (นวัตกรรมเร่งด่วนเพื่อคนรักเวลา): บริการพิเศษที่ช่วยลดความยุ่งยากในการทำงานหลายส่วน โดยการเชื่อมโยงงานออกแบบ งานก่อสร้าง งานตกแต่งภายใน และงานสวน ให้เป็นเนื้อเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ ส่งผลให้กระบวนการทั้งหมดมีความคล่องตัวสูงสุด
Speed Design & Contract: ออกแบบได้รวดเร็วและสรุปสัญญาได้ภายใน 7 วัน
Speed Start: เริ่มต้นงานก่อสร้างได้ทันทีภายใน 60 วัน
Speed Completion: การันตีสร้างบ้านพร้อมตกแต่งภายในและสวนเสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่ภายใน 18 เดือน (สำหรับบ้านพื้นที่ไม่เกิน 1,000 ตร.ม.)
- The Master Selection: เปิดตัว “Gold Series” ที่สุดแห่งดีไซน์ระดับโลก
เผยโฉมแบบบ้านคอลเลกชันใหม่ 3 สไตล์ ที่ถ่ายทอดนิยามความสำเร็จระดับ Global Ultra Luxury Lifestyle ผ่านงานดีไซน์ที่เน้นความแตกต่างและฟังก์ชันที่เหนือระดับ:
The Empire Gold: คฤหาสน์หรูสไตล์ Timeless Classic พื้นที่ใช้สอย 4,000 ตารางเมตร ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมตะวันตกชั้นสูง ออกแบบฟังก์ชันพิเศษเพื่อรองรับครอบครัวใหญ่ได้ถึง 3 เจเนอเรชัน พร้อมโซนจอดรถ Super Car และสงวนสิทธิ์การสร้างเพียง “หลังเดียวในโลก” (One of a Kind) ในราคา 250 ล้านบาท เมื่อรวมค่าตกแต่งภายในและการจัดสวน 100 ล้านบาท เป็น 350 ล้านบาท

Milano Brown: ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริหารรุ่นใหม่ด้วยคฤหาสน์แนวตั้งสไตล์ Vertical Mansion ภายใต้แนวคิด Urban Sanctuary พื้นที่สีเขียวและความเป็นส่วนตัวกลางใจเมือง พร้อมสระว่ายน้ำระบบ Semi-indoor พื้นที่ใช้สอย 1,200 ตารางเมตร 7 ห้องนอน จอดรถได้ 5 คัน มีฟังก์ชั่นปรับแต่งให้เป็นโฮมออฟฟิศได้ ราคา 55 ล้านบาท กรณีที่ให้ตกแต่งภายใน 85 ล้านบาท

Gold Sand: บ้านดีไซน์ Modern Iconic ที่โดดเด่นด้วยเส้นสายโค้งมน (Organic Lines)สะท้อนรสนิยมของคนรุ่นใหม่ที่ไม่เหมือนใคร พื้นที่ใช้สอย 700 ตารางเมตร 5 ห้องนอน จอดรถได้ 3 คัน มีสระว่ายน้ำที่มีมุมมองได้ 360 องศา ราคา 39 ล้านบาท รวมตกแต่งภายใน 60 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังเสริมศักยภาพบ้านด้วยนวัตกรรม Master Intelligence: ยกระดับการอยู่อาศัยด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะครบวงจร
บ้านไม่มีวันดับ: ระบบ Solar System ผสาน Energy Storage System ประสิทธิภาพสูง
บ้านหายใจได้: ระบบหมุนเวียนอากาศ (Air Quality Control) เติมอากาศบริสุทธิ์และกรองฝุ่น PM2.5
AI Home Solution: ควบคุมสั่งการระบบต่าง ๆ ภายในบ้านด้วยปัญญาประดิษฐ์เพื่อความสะดวกสบายสูงสุด
Sentry Mode: ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่คอยปกป้องดูแลบ้านตลอด 24 ชั่วโมง
- The Master Trust: ที่สุดแห่งความอุ่นใจ
ส่งมอบความเชื่อมั่นที่เหนือกว่าด้วยบริการหลังการขาย MSI (Master Plan Service Inclusive) ที่รับประกันโครงสร้างยาวนานถึง 30 ปี เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดในความมั่นคงแข็งแรงของตัวบ้าน ให้บ้านยังคงความทรงคุณค่าและเป็นมรดกที่ส่งต่อสู่รุ่นหลานได้อย่างภาคภูมิ
“ด้วยความพร้อมทั้งด้านความมั่นคงทางการเงิน การบริการรูปแบบใหม่ที่แก้ปัญหาความวุ่นวายได้อย่างตรงจุด และสินค้า Gold Series ที่ตอบโจทย์รสนิยมระดับโลก บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถขับเคลื่อนยอดขายปี 2569 ให้เติบโตขึ้น 25% หรือคิดเป็นมูลค่า 843 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมก้าวสู่การเป็น ‘ที่สุดแห่งการสร้างบ้านหรู’ ในใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง” นายอนันต์กร กล่าวทิ้งท้าย

