Home MoneyTNL ประกาศกำไรสุทธิ ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 114 ล้านบาทเพิ่มเป็น 45%

TNL ประกาศกำไรสุทธิ ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 114 ล้านบาทเพิ่มเป็น 45%

by Outaboxes Editorial

บริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TNLรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569โดยมีกำไรสุทธิ 114 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นสู่ระดับ 45.4%จาก 43.3% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนสะท้อนความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจและวินัยในการบริหารต้นทุนของบริษัทในไตรมาสนี้ TNL มีรายได้รวม 251 ล้าบาท ลดลง 13.7% YoYโดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อที่ลดลงตามกลยุทธ์ยกระดับคุณภาพพอร์ตสินเชื่อและรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงตามวงจรของโครงการที่ใกล้แล้วเสร็จอย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงรักษความสามารถในการทำกำไรได้ในระดับสูงจากผลการดำเนินงานของกิจการร่วมค้าในโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัยของฝ่ายจัดการ

ธุรกิจให้สินเชื่อที่มีหลักประกัน (OXA) รายงานรายได้ 117 ล้านบาทขณะที่ยอดสินเชื่อรวมเติบโตต่อเนื่องสู่ระดับ 6,390 ล้านบาทภายใต้แนวทางการปล่อยสินเชื่อใหม่อย่างรอบคอบ (Selective) และมีวินัยโดยบริษัทยังคงรักษาอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV)ในระดับต่ำที่ 47%ซึ่งเป็นกันชนสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยงของพอร์ตในระยะยาวคุณภาพสินทรัพย์โดยรวมทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ขณะเดียวกันบริษัทมีการกลับรายการค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) สุทธิ 1 ล้านบาทสะท้อนพัฒนาการด้านคุณภาพพอร์ตสินเชื่อที่เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ในส่วนของธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (OAM) รายได้เติบโต 17.1%สู่ระดับ 48 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ของพอร์ต NPLsที่ได้ลงทุนสะสมไว้ก่อนหน้าแม้ไม่มีการซื้อสินทรัพย์ใหม่ในไตรมาสนี้ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการเสนอราคาที่รอบคอบท่ามกลางภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูงโดย OAM ยังคงให้ความสำคัญกับผลตอบแทนที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับความเสี่ยง(Risk-Adjusted Returns) มากกว่าการเร่งขยายขนาดพอร์ตในระยะสั้น

จุดเด่นสำคัญของไตรมาสนี้มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (TNLA)โดยส่วนแบ่งขาดทุนจากกิจการร่วมค้าปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากขาดทุน55 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปีก่อนสู่ระดับที่เข้าใกล้การพลิกเป็นส่วนแบ่งกำไรในไตรมาสนี้โดยได้รับแรงหนุนจากการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในโครงการ Nue Riverest Ratburana และ Noble Createพัฒนาการดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของรูปแบบรายได้ที่บริษัทเตรียมการมาอย่างต่อเนื่องและคาดว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีส่วนสนับสนุนผลประกอบการเพิ่มขึ้นเป็นลำดับตามการโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงที่เหลือของปี 2569

ในภาพรวมทางการเงิน บริษัทยังคงมีฐานะที่มั่นคง โดยมีสินทรัพย์รวม 15,227ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 10,979 ล้านบาท และเงินสด 1,715 ล้านบาทขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่เพียง0.36 เท่าสะท้อนโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งและความพร้อมในการรองรับการเติบโตอย่างมีวินัยในอนาคต

นอกเหนือจากผลประกอบการในไตรมาสนี้ TNLยังมีพัฒนาการสำคัญที่สะท้อนความเชื่อมั่นต่อคุณภาพกำไรและความแข็งแกร่งของฐานะการเงินโดยที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 52 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.60 บาทต่อหุ้น รวม 183 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 50% จากอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้นในปีก่อน ขณะเดียวกัน TRIS Ratingได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือของ TNL เป็นครั้งแรกที่ระดับ BBB- แนวโน้มStable ซึ่งเป็นระดับ Investment Grade สะท้อนฐานทุนที่มั่นคงภาระหนี้ที่อยู่ในระดับต่ำและการสนับสนุนเชิงกลยุทธ์จากผู้ถือหุ้นรายใหญ่อย่าง SPI และ BTSGโดยอันดับความน่าเชื่อถือดังกล่าวจะช่วยเสริมศักยภาพของบริษัทในการเข้าถึงแหล่งทุนที่หลากหลายขึ้นด้วยต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้

นายกิตติชัย ตรีรัชตพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า“แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความท้าทายโดยเฉพาะความผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และแนวโน้มการเติบโตของGDP ไทยที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.5% ในปีนี้ แต่ TNLยังคงรักษาคุณภาพกำไรและความแข็งแกร่งของงบดุลได้อย่างมั่นคงผลประกอบการไตรมาสนี้สะท้อนให้เห็นว่ากลยุทธ์ของเราดำเนินไปในทิศทางที่เหมาะสมและเราพร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในช่วงที่เหลือของปี 2569”

นายนันทวัฒน์ สุรวัติเสถียร หัวหน้าคณะผู้บริหาร สายงานการเงินกล่าวเพิ่มเติมว่า “การจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.60 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 50%จากปีก่อนสะท้อนความเชื่อมั่นของบริษัทต่อคุณภาพกำไรและฐานะการเงินที่มั่นคงของ TNLในขณะเดียวกัน เรายังคงให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงินการบริหารความเสี่ยง และการจัดสรรเงินทุนอย่างเหมาะสมเพื่อสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นและการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท”

สำหรับแนวโน้มปี 2569 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ในระดับสองหลักพร้อมรักษาอัตรากำไรสุทธิอย่างต่อเนื่องและดำรงอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นให้ต่ำกว่า 0.5 เท่า โดย OXAมุ่งขยายยอดสินเชื่อรวมสู่เป้าหมาย 7,100 ล้านบาทภายใต้กรอบการพิจารณาสินเชื่อและบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวด ขณะที่ OAMตั้งเป้าลงทุนในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่มีหลักประกัน (Secured NPLs) อีก1,200 ล้านบาท ด้วยแนวทางการเสนอราคาที่รอบคอบและการคัดเลือกอย่างมีวินัยส่วน TNLA คาดว่าจะรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการต่างๆเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงที่เหลือของปี

ด้วยรากฐานที่มั่นคงทั้งด้านคุณภาพสินทรัพย์ โครงสร้างทุนและความเชื่อมั่นจากตลาด TNL เชื่อว่าปี 2569จะเป็นปีที่บริษัททยอยเห็นผลจากกลยุทธ์ที่วางไว้พร้อมเดินหน้าสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

 

 

 

You may also like